![]() |
![]() |
| |
|
![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||
คงจำกันได้ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงความเป็นคนช่างสงสัยของผม สงสัยว่าหุ้นชิน ที่คุณพานทองแท้ และคุณพิณทองทา ถือไว้ทำไมถึงมีเพิ่มขึ้นเพราะหุ้นทั้งหมดที่ขายให้ เทมาเช็ค มีจำนวนมากกว่าที่ได้รับโอนจากคุณทักษิณ ความจริงได้ถูกเปิดเผยว่าทั้งสองพี่น้อง ซื้อหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท แอมเพิลริช เพียง 1 วัน ก่อนจะนำมาขายต่อ และที่เป็นเรื่องแปลก และสังคมรู้สึกแปลกใจมาก ก็คือความจริงเปิดเผยออกมาอีกว่า บริษัท แอมเพิลริช นั้นแท้ที่จริง เจ้าของก็คือคุณพานทองแท้ และคุณพิณทองทา นั่นเอง ท่านผู้อ่านครับ เชื่อไหมว่า บริษัท แอมเพิลริช มีการซื้อหุ้นเพิ่มก่อนจะนำมาขายให้สองพี่น้องเหมือนกัน ก่อนบริษัท แอมเพิลริช ขายหุ้น ให้คุณพานทองแท้ และคุณพิณทองทา บริษัท แอมเพิลริช มีหุ้นในครอบครองเพียง 229,200,000 หุ้น ตอนขายให้บุตรชาย และบุตรสาว คุณทักษิณ ขายหุ้นทั้งหมด 329,200,000 หุ้น มีเพิ่มขึ้นอีกถึง 100 ล้านหุ้น ไม่น่าเชื่อ ! ทั้งหมดมีที่มา ที่ไปครับ ท่านผู้อ่าน อ่านช้าช้า ลำดับเหตุการณ์ให้ดี แล้วจะเข้าใจ ว่าคนพวกนี้เขาทำธุรกิจกันแบบตรงไปตรงมา ๐ วันที่ 11 มิถุนายน 2542 บริษัท แอมเพิลริช ซื้อหุ้นชิน จำนวน 32.92 ล้านหุ้น หรือ 329.2 ล้านหุ้น (หลังลดราคาพาร์) ๐ วันที่ 1 ธันวาคม 2543 คุณทักษิณ โอนสิทธิความเป็นเจ้าของบริษัทให้บุตรชาย จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ เพราะคุณทักษิณ ๐ ปรากฏว่าบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทชิน ที่รายงานต่อกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 ไม่มีชื่อ เจ้าของ แอมเพิลริช คนใหม่ คือคุณพานทองแท้ สั่งให้บริษัท แอมเพิลริช โอนหุ้น ชิน 32.92 ล้านหุ้น ไปซุกไว้ที่ไหนครับ ! ๐ ตรวจสอบบัญชีผู้ถือหุ้นวันที่ 30 เมษายน 2544 สองเดือนต่อมา ปรากฏว่าชื่อของบริษัท แอมเพิลริช ของคุณพานทองแท้ - ส่วนแรก ให้ แอมเพิลริช สัญชาติ British Virgin Island ถือ 22.92 ล้านหุ้น - ส่วนที่สอง ให้ แอมเพิลริช สัญชาติอังกฤษ ถือ 10 ล้านหุ้น เป็นไงครับ ! อ่านแล้วพอจะเข้าใจหรือยัง ? เท่านั้นยังไม่พอ ต่อมาบริษัท แอมเพิลริช ผู้ดีอังกฤษของผม ก็ขายหุ้น 10 ล้านหุ้นไปหมดครับ และ บริษัทนี้ก็หายไปในกลีบเมฆ! ส่วน บริษัท แอมเพิลริช ของคุณพานทองแท้ คงถือหุ้นชิน 22.92 ล้านหุ้น หรือ 229.2 ล้านหุ้น มาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนที่จะนำหุ้นมาขายให้ตนเอง และน้องสาว บริษัท แอมเพิลริช ได้มีการซื้อหุ้นขึ้นเพิ่มอีก 100 ล้านหุ้น และมีการนำหุ้นทั้งหมดไปฝากไว้ ให้ธนาคาร UBS ซึ่งเป็นธนาคารจาก สวิตเชอร์แลนด์ สาขาสิงคโปร์ เป็นผู้ดูแลหุ้นไว้ ข้อมูลทั้งหมดได้จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งสิ้นอาจสรูปได้ง่าย ๆ ว่า หุ้นของคุณทักษิณที่โอนไปต่างประเทศ มีการซื้อขายหลายครั้งในจำนวนประมาณ 100 ล้านหุ้นผมไม่อยากเดาว่าฝรั่งหัวดำปั่นหุ้น แต่ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นอื่น คู่แฝดที่เป็นผู้ดี อังกฤษ ใครเป็นเจ้าของ หรือว่า ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์มีการ ติ๊ก ผิดอีก! ทั้งหมดน่าจะเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ คุณทักษิณพยายามชี้แจงถึงเหตุผลของการไปตั้งบริษัท แอมเพิลริช ไว้ที่หมู่เกาะ British Virgin Island เป็นการเตรียมการเพื่อนำหุ้นชิน ไปจำหน่ายในตลาด NASDAQ ในรูปแบบของ ADR คำชี้แจงนี้ไม่มีน้ำหนักเลยครับ เพราะปรากฏว่า หุ้นชิน ที่บริษัท แอมเพิลริช ถือไว้ ได้มีการซื้อและขายมาโดยตลอด ไม่ได้เก็บสำรองไว้เหมือนที่กล่าวอ้าง ผมขอความจริงอีกสักครั้งครับ ผมอยากให้ความจริงปรากฏเพื่อจะได้ลบข้อครหานินทา ของผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองโดยเฉพาะในหมู่นักเล่นหุ้นทั้งหลาย ที่พูดกันว่า ฝรั่งหัวดำ ชอบปั่นหุ้น ฟังผมเล่าเรื่องนี้แล้ว อย่าไปทึกทักนะว่า " จับได้แล้วว่า ใครคือฝรั่งหัวดำที่ปั่นหุ้น " คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านถามตอบเรื่องคู่แฝด Ample Rich กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ |
||||||||||||||||||||||||||||||