สัปดาห์นี้ขอคุยต่อจากที่ค้างไว้ อยากให้อ่านบทความ “ ผมรักกรุงเทพ ” ก่อน เพื่อจะได้มีความต่อเนื่องครับ
“ ผมรักกรุงเทพ” เขียนไว้ช่วงที่ผมปลีกวิเวกอยู่ที่ปายและเป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน
คุยไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะพูดถึงเรื่องการลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์ ลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ลงทุนให้มีรายได้กลับเข้าบริษัทประเทศไทยอย่างคุ้มค่า อย่างยั่งยืน
สัปดาห์ที่แล้วพูดถึงยุทธศาสตร์ทางออก ( Exit Strategy ) ผมเสนอหลักคิดไว้ว่าอย่าออกเร็วไป ( ปรับลดการลงทุนที่เตรียมไว้กระตุ้นเศรษฐกิจ ) เดี๋ยวซวยเพราะวิกฤติอาจกลับมาอีก
เมื่อเริ่มพูดเรื่องทางออก ก็ต้องกลับไปดูช่วงทางเข้า จะเริ่มคิดว่าออกทางไหน ออกอย่างไรจึงจะดี ต้องกลับมาสำรวจตัวเองก่อนว่าหลวมตัวหลุดเข้ามาอีท่าไหนก่อน
16 สิงหาคม 2550
ไม่รักได้อย่างไรครับ เกิดแถวบางกอกน้อย ย้ายมาอยู่สุขุมวิทซอย 4 อายุเพียง 6 ขวบอยู่ได้เพียง
4-5 ปี ย้ายอีกครั้งมาอยู่ที่ปากซอยมหาดเล็กหลวงหนึ่ง ราชดำริ และวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นจนเรียนจบมัธยมปลาย
ได้เห็นกรุงเทพที่ร่มรื่นน่าอยู่ มีถนนขนาบด้วยคลองและต้นก้ามปูใหญ่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถึงวันนี้เปลี่ยนไปมากแค่ไหน จากคลอง จากต้นก้ามปู กลายเป็นแท่งคอนกรีตมหึมาเพื่อรองรับรถไฟฟ้าบีทีเอส
บทความนี้เขียนขณะที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปการ์ตาร์กับท่านนายกอภิสิทธิ์ ติดกับอยู่บนเครื่องประมาณ 7 ชั่วโมง วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะใช้เวลาช่วงหนึ่ง เล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงยุทธ์ศาสตร์ของรัฐบาลในการขายสินค้าเกษตรที่รัฐฯ ได้ซื้อเก็บไว้เป็นจำนวนมหาศาล
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 พ.ย.) ครม.เศรษฐกิจถกกันเรื่อง 3G ด้วยครับ ท่านนายกอภิสิทธิ์นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน กระทรวงไอซีทีเจ้าของเรื่องเป็นผู้นำเสนอ กระทรวงฯ ต้องการให้ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบแนวทางการเดินหน้าต่อของทีโอทีในเรื่องของ 3G กทช.ถึงแม้จะเป็นองค์กรอิสระ ก็ได้เข้าประชุมในวันนั้นเช่นกัน
ผมได้พบนายราเกซ สักเสนา ครั้งแรกที่สนามกอล์ฟนวธานี ช่วงนั้นผมเป็นส.ส.สมัยแรก ปี 2529 สังกัดพรรคชาติไทย ท่านชาติชายหัวหน้าพรรคเป็นรองนายกฯ ก๊วนกอล์ฟในวันนั้นมีกันกว่า 30 คน ผมจำ นายราเกซได้แม่นก็เพราะนายราเกซจะใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างการเล่นกอล์ฟจน น่ารำคาญ โทรศัพท์มือถือสมัยนั้นเป็นระบบอนาล๊อก ใหญ่เทอะทะทีเดียว
ผมได้เล่าให้ฟังถึงปัญหาของ 3G ว่าไม่น่าจะเกิดได้เร็ว ได้พูดถึงอุปสรรคสำคัญคือความไม่แน่นอนของตลาด ไม่แน่ใจว่าผู้ใช้บริการจะมีมากพอรองรับใบอนุญาตที่อาจจะมีแจกกันถึง 4 ใบ ยังไม่นับส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว 1 ราย รวมทั้งความกังวลว่า ผู้ใช้ระบบ 2G ปัจจุบันจะเปลี่ยนเป็นระบบ 3G ในอนาคต ส่งผลให้รายได้ของรัฐฯน้อยลงอย่างมหาศาล และจะเป็นประเด็นทางการเมืองที่สำคัญที่สุด
19 ตุลาคม 2552
เสียง บ่นดังขึ้นทุกวัน ไทยล้าหลัง เขมรก็มี 3G ลาวก็มี 3G ไทยไม่เอาไหนเลย แค่นี้ยังไม่มีปัญญา เขาบ่นกันอย่างนี้ละครับ แล้วทำท่าว่าพี่ไทยจะไม่มีปัญญาจริงๆเสียด้วย
ความ จริงเพื่อนบ้านไม่ได้เก่งกว่าเราหรอกครับ เพียงแต่เขาเพิ่งจะเริ่ม จึงสามารถพัฒนาเดินหน้าได้ง่ายและเร็วกว่า สร้างบ้านใหม่ ง่ายกว่าซ่อมบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ หลายครั้ง รื้อแล้วทำใหม่อาจดีกว่าเสียด้วยซ้ำ
บ้าน เราเริ่มระบบไร้สายที่เรียกว่า 1G 30ปีมาแล้วครับ จำไม่ผิดน่าจะเป็นพ.ศ.2523 ตอนนั้นใช้ระบบอะนาล๊อก แล้วเปลี่ยนเป็น 2G ที่เรียกว่าดิจิตอล ในขณะนั้นโทรศัพท์คือโทรศัพท์ เม้าท์ได้อย่างเดียว ผ่านไปสักพัก พูดคุยไม่พอแล้ว ต้องทำอย่างอื่นได้อีก (SMS, MMS) มาถึงวันนี้ เริ่มใช้อี-เมล์ โหลดภาพ โหลดเพลง โหลดคลิปหนังได้ เรามีระบบ GPRS EDGE รองรับความต้องการ แต่เรายังไม่มี 3G ทำให้การบริการไม่สะดวกและรวดเร็วอย่างใจคิด
เสียง บ่นเพราะอุตสาห์ซื้อเครื่อง 3G มาแต่ใช้ไม่ได้ มีแต่เครื่อง ไม่มีระบบรองรับ เหมือนกับมีเงินซื้อปอร์เช่ แต่ต้องรองบไทยเข้มแข็ง เพราะถนนมีแค่ [...]