24 พฤษภาคม 2552
ตาสว่าง – เพื่อสื่อ – เพื่อไทย
ผมเดินทางไปโตเกียวเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ท่านนายกอภิสิทธิ์ติดภาระกิจ มอบให้ผมไปแสดงปาฐกถาแทนในงานของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นชื่อ นิกเกอิ การประชุมรูปแบบนี้จัดประจำทุกปีครับ
เมื่อไปถึงช่วงเช้าก็ได้เข้าพบเพื่อหารือกับท่านประธานสมา พันธ์นักธุรกิจของญี่ปุ่น ( keidenran ) ได้ถือโอกาสตอบข้อกังวลของนักธุรกิจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงการ จัดประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ ที่พัทยา และเหตุการณ์การจราจลที่กรุงเทพ ได้ชี้แจงถึงแนวทางการแก้ปัญหาของท่านนายกอภิสิทธิ์เพื่อยุติความขัดแย้งใน สังคม และเล่ารายละเอียดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการสร้างงานของรัฐบาล รวมทั้งเชิญชวนให้นักธุรกิจญี่ปุ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ
คืนวันนั้นก็ได้ร่วมโต๊ะอาหารค่ำกับผู้นำของเอเซีย นับจากนายกประเทศเกาหลี เวียตนามและลาว อดีตนายกมาเลเซียมหาเธร์ รัฐมนตรีอาวุโสสิงค์โปร์ ลี กวน ยู อดีตนายกญี่ปุ่น รวมถึงท่านอาโสะ ( Aso ) นายกญี่ปุ่นเป็นผู้กล่าวปาฐกถาในคืนนั้น [...]
28 พฤศจิกายน 2551
ได้อ่านบทความเมื่อเช้า ( 27 พ.ย. ) นี้เองครับ อ่านแล้วไม่แปลกใจ แต่ก็ไม่สบายใจเอามากๆ
ผมเป็นแฟนของ The economist มานานแล้ว ได้ความรู้มากขึ้นทุกครั้งเมื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของโลก พูดคุยกับใครก็มักจะแนะนำหรืออ้างถึง The Economist มาโดยตลอด
มาเริ่มติดใจก็ช่วงที่มีการปฏิวัติในประเทศเมื่อวันที่ 19 กันยายน สังเกตได้ว่าความเห็นทางการเมืองของ The Economist ที่เกี่ยวกับประเทศไทย มักจะเป็นไปในทางลบ มองในแง่ดีจับจุดยืนของ
The Economist ได้ว่า ชื่นชมระบอบประชาธิปไตย จะเป็นของจริง จะเป็นของปลอมไม่ว่ากัน ขอให้มีการเลือกตั้งเป็นใช้ได้ จะซื้อเสียงขายเสียงหรือโกงเลือกตั้งก็ไม่เป็นไร The [...]
16 มิถุนายน 2551
ได้อ่านคอลัมน์ “ สกู๊ปหน้า ๑ ” ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวันที่ ๙ มิ.ย. พูดถึงนโยบายแก๊ส
โซฮอล์ E85 ของรัฐบาล โดยแสดงความกังวลถึงวิธีการกำหนดราคาเอทานอลและกล่าวว่า “ ราคา
เอทานอลที่คนไทยผลิตได้เองปลูกได้เอง แต่ราคาซื้อขาย ประเทศไทยอ้างราคาอิงบราซิล ”
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เรื่องการกำหนดราคาเป็นปัญหาใหญ่ ไม่เพียงแต่ราคาเอทานอลเท่านั้น เรายังมีข้าว ก๊าซธรรมชาติ แอลพีจี ( ก๊าซหุงต้ม ) ผลผลิตเหล่านี้เราผลิตได้เอง แต่ราคาในตลาดโลกสูงมาก
จึงเป็นคำถามว่า เราจะกำหนดราคาในประเทศอย่างไรดี เพื่อให้คนไทยเจ้าของประเทศได้รับประโยชน์
สูงสุด
ผมว่าถ้าเรานำรูปแบบของธุรกิจขนาดใหญ่มาเปรียบเทียบ [...]
3 เมษายน 2551
ผมเคยรู้จักคุณสมัครครับ ผมใช้คำว่า “เคย” เพราะในสมัยหนึ่ง ผมเคยทำงานร่วมกับท่าน แต่ครั้งสุดท้ายที่ได้พบ พยายามหาโอกาสคาราวะท่าน ตอนนั้นท่านเป็นผู้ว่ากทม. แต่วันนั้นท่านไม่รับไหว้ มองแล้วก็ผ่านไป เหมือนกับว่าไม่เคยรู้จักหรือจำไม่ได้ คำว่า “ เคยรู้จัก ” คงไม่ผิดไปนัก
ช่วงที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมด้วย เป็นงานในสภา ท่านนั่งเป็นฝ่ายค้าน ผมก็อยู่ซีกฝ่ายค้านเหมือนกัน ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้าพรรคประชาธิปัตย์ จำได้ว่ามีการเตรียมการอภิปรายรัฐบาล ซีกฝ่ายค้านได้มีการรวมพลประสานงานเพื่อร่วมกันอภิปราย คุณสมัครเป็นโต้โผใหญ่ เป็นประธานการเตรียมการก็น่าจะพูดได้ [...]
18 มีนาคม 2551
คุณหมอที่กระทรวงการคลังตัดสินใจเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองโดยการ โยกงบประมาณจากเงินที่ได้มีการจัดสรรไว้โดยรัฐบาลขิงแก่ นำมาใช้ในโครงการ ตามนโยบายของพรรคพลังประชาชน และจะไม่เสนองบประมาณกลางปีเพื่อโยนเงินก้อนใหม่เข้าสู่ระบบ โดยให้เหตุผลว่าเวลาที่เหลือมีน้อยเกินไปเกรงว่าจะใช้เงินงบประมาณไม่ทัน และต้องการรักษาวินัยทางการคลังคือไม่ต้องการให้ขาดดุลงบประมาณมากจนเสีย วินัย
เป็นการตัดสินใจของคุณหมอที่น่าเสียดายโอกาสครับ การจัดงบประมาณกลางปีเป็นขบวนการที่ต้องผ่านสภา คุณหมออาจจะเกรงว่าเสนองบประมาณเข้าสภาเป็นเรื่องใหญ่ ต้องผ่านแนวรบของฝ่ายค้าน เดี๋ยวจะบานปลาย
ถ้าจำกันได้ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าใช้จ่าย ของประชาชนโดยการจัดงบประมาณกลางปี เพื่อรัฐจะสามารถนำเงินก้อนใหม่มาบริหารได้ พูดง่ายๆก็คือ ถ้ารัฐบาลจะเสนอ พรบ.งบประมาณกลางปีเข้าสภา จะไม่มีแนวรบจากฝ่ายค้าน มีแต่แรงสนับสนุน
หรือว่าเป็นเพราะฝ่ายค้านนำเสนอก่อน จึงไม่อาจทำตามได้ การเมืองมากเกินไปหรือเปล่า ที่ผมว่าเสียดาย เพราะวันนี้เรารอช้าไม่ได้ [...]
6 มีนาคม 2551
ไม่ใช่เรื่องที่ว่าท่านผู้ว่าการจะโดนย้ายหรือไม่ เพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านผู้ว่า
เรื่องที่สำคัญกว่า คือมาตรการการใช้เงินบาทซื้อเงินดอลล่าร์สหรัฐ
เป็นมาตรการที่ธนาคารชาติดำเนินการในการปกป้องค่าเงินบาท ไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเกินกว่าเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้
ผมคุยเรื่องนี้ให้ฟังไว้หลายครั้ง หลายโอกาส ส่วนหนึ่งก็ด้วยความเป็นห่วง แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องการให้ท่านผู้อ่านได้มีข้อมูลที่ครบถ้วน
ผมนำตัวเลขที่บ่งบอกแก่เราว่า ธนาคารชาติได้นำเงินบาทมาซื้อเงินดอลล่าร์ สะสมไว้แล้วเป็นจำนวนเท่าใด เป็นตัวเลขระหว่าง เดือน กันยายน – เดือนมกราคม ของปี ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๑ นำมาให้ดูเพื่อจะได้เปรียบเทียบให้ได้เห็นชัดๆว่า การแทรกแซงค่าเงินในวันนี้ [...]
22 กุมภาพันธ์ 2551
สังเกตให้ดีครับ นโยบายประชานิยมเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนเพราะเป็นนโยบายของการ ”ให้ ” ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด รัฐบาลที่มีนโยบายถูกอกถูกใจประชาชน ประชาชนจะชื่นชอบและมักจะชมว่ารัฐบาลเก่ง ประชาชนไม่ต้องการที่จะรู้ราย ละเอียดว่าบริหารอย่างไร ขอเพียงว่าประชาชนจะได้อะไรเท่านั้น
นโยบายให้ประชาชนกู้เงินได้โดยง่ายในรูปแบบของเงินกองทุน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท หรือการให้เงินแบบให้เปล่า ( SML )หมู่บ้านละ 3-4 แสนบาท ไม่ต้องการคนเก่งมีฝีมือมาบริหาร แค่จัดงบประมาณที่เป็นเงินภาษีส่งลงไปที่หมู่บ้านให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน คะแนนนิยมก็ไหลมาเทมา ถ้าเงินงบประมาณมีไม่เพียงพอ กู้ใหม่ได้ ไม่มีอะไรยาก รัฐมนตรีจะแสนขี้เหล่ขนาดไหนบริหารงานได้ทั้งนั้น
นโยบายรักษาพยาบาลฟรีก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน เตรียมจัดหาเงินงบประมาณให้มากพอ เป็นใช้ได้ ถ้ารายได้จากภาษีขาดไปบ้าง [...]
3 กุมภาพันธ์ 2551
ผมอยู่กับการเมืองมานาน ได้ยินได้ฟังได้เห็นนักการเมืองบางคนพูดถึงเงินหรือใช้เงินแล้ว ไม่ว่าจะพบเห็นบ่อยครั้งเพียงใดก็ยังอดใจหายไม่ได้ เขามองเงินเป็นเศษกระดาษจริงๆ อาจเป็นเพราะเงินที่ผ่านมาในระบบของ การเมือง หามาง่าย จึงใช้กันอย่างง่ายๆ
ถึงฤดูเลือกตั้ง เราได้ยินคำพูดที่ฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อ ที่ได้ยินเกือบทุกครั้งคือค่าตัวส.ส.เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง คนละ 10 -20 ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้น คนทั่วไปฟังแล้วคงจะงง เพราะตนเองทั้งชั่วชีวิตกว่าจะเก็บหอมรอมริบมีเงินเป็นล้านได้ ต้องทำงานกันจนแก่จนเฒ่าเชียวละ นี่พูดถึงเฉพาะคนที่ทำมาหากินเก่งนะ สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป มีเงินล้านเป็นเพียงแค่ฝันกลางแดดเท่านั้นเอง
การเมืองระยะหลังยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก [...]
16 ตุลาคม 2550
ผ่านมา 5 สัปดาห์แล้วครับ สปอตโฆษณาของปชป. จะหยุดออกอากาศปลายเดือนนี้ เท่ากับว่า ปชป.ได้มีโอกาสนำแนวความคิดและนโยบายของพรรคเสนอต่อประชาชนทั่วประเทศเป็นเวลา 6 สัปดาห์เต็มๆ
ถ้าอยากจะรู้ว่ามี ใครบ้างที่ได้ชม ได้เห็นสปอตทั้งหมดที่ได้นำเสนอ และถามต่อด้วยว่า เมื่อได้ชมได้เห็นแล้ว ถูกใจ โดนใจมากน้อยเพียงใด อาจต้องพิจารณาจากข้อมูลนี้ดูครับ
คนไทยมีทีวีกันเกือบทุกหลังคาเรือน คือประมาณร้อยละ 99 และคนไทยชมรายการโทรทัศน์กันเกือบทุกวัน คือร้อยละ 95 การโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์จึงได้ผลมาก เป็นการนำข้อมูลเข้าถึงตัวผู้ชมโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สินค้าที่โฆษณาจะได้รับการตอบรับที่ดีเสมอไป
ในกรณีของ ปชป. คือประชาชนได้รับรู้ถึงนโยบายของพรรคกันโดยถ้วนหน้า ผมได้ไปตรวจสอบมาแล้ว ประมาณร้อยละ 70 ที่ได้เห็นสปอตของปชป. น่าจะประมาณ 30 ล้านคนครับ
สมัยก่อนพรรคการเมืองหาเสียงโดยการปราศัย เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกันอยู่ แต่ผมนึกไม่ออกว่าพวกเราต้องปราศัยกันกี่แห่ง กี่เวที ถึงจะมีคนมาฟังได้ถึง 30 ล้าน [...]
1 ตุลาคม 2550
ประชาชนต้องมาก่อน เป็นสโลแกนหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วน ประชานิยม เป็นนโยบายที่พรรคไทยรักไทยใช้หาเสียงในอดีต
มีคำว่าประชาทั้งคู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเป็นการเอาใจประชาชน เพียงแต่เอาใจกันคนละแบบ คนละแนวทาง
นโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยประสบผลสำเร็จ โดนใจประชาชน ทำให้พรรคได้คะแนนเสียงท่วมท้น สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ติดต่อกันสองสมัย
ประชาชนต้องมาก่อน จะได้รับการตอบรับ หรือจะโดนใจประชาชนแค่ไหน ธันวาคมนี้คงจะทราบ
แนวความคิดในการนำเสนอนโยบายของทั้งสองพรรคมีส่วนเหมือนและส่วนต่างพอจะวิเคราะห์ได้อย่างนี้ครับ
ส่วนเหมือนคือ เป็นการเอาใจประชาชนทั้งคู่
ส่วนต่างคือ เอาใจประชาชนไม่เหมือนกัน คนละแบบ คนละแนวความคิด
ประชานิยมของไทยรักไทย เอาใจประชาชนเต็มร้อย เช่น แจกเงินหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านใหญ่ หมู่บ้านเล็ก ให้เงินเท่ากันหมด เป็นกองทุน เป็นเงินที่ให้กู้ โดยชาวบ้านค้ำประกันระหว่างกัน ไม่ต้องมีหลักทรัพย์เพื่อใช้ค้ำประกันเงินกู้ จำนวนเงินแบ่งกันกู้ จะกู้ไปใช้ทำอะไร ตกลงกันเองระหว่างผู้กู้และกรรมการกองทุน นโยบายนี้ใช้หาเสียงช่วงการเลือกตั้งสมัยแรกของพรรคไทยรักไทย โดนใจประชาชน ได้คะแนนสนับสนุนท่วมท้น
ส่วนโครงการ [...]