วันที่ 20 เมษายน 2550

เรื่องนี้น่าสนใจครับ   ท่านผู้อ่านบางท่านอาจมีคำถามว่าจะเสียเวลาศึกษาไปทำไม   มองออกอยู่แล้วว่า   ชาตินี้ทั้งชาติ   ยากเหลือเกินที่จะมีโอกาสร่ำรวยถึงกับต้องมานั่งบริหารความมั่งคั่งกันอย่างแน่นอน

ไม่แน่นะครับ   หาความรู้ใส่ตัวไว้หน่อยก็ดี   ทุกคนมีโอกาสเท่ากันทั้งนั้น

ถ้าท่านผู้อ่านมีเงินมากในระดับที่เรียกว่ามหาเศรษฐีแล้ว    ความทุกข์ของท่านน่าจะอยู่ที่การมีเงินล้นฟ้านี้ละครับ   คงมีแต่ความกังวลว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อให้เงินนี้งอกเงย  ออกดอกออกผลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย    ทุกข์ของเศรษฐีตรงนี้แก้ได้  เพราะจะมีคนเสนอตัว  พร้อมช่วยบริหารทรัพย์สมบัติของท่านนับไม่ถ้วน     เป็นธุรกิจตรงไปตรงมาที่สถาบันการเงินทั้งหลายพร้อมที่จะช่วยท่านอยู่แล้ว    จึงเป็นความทุกข์ที่ขจัดออกไปได้ไม่ยากนัก

ที่น่ากลุ้มใจกว่า   คือบรรดามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจากเงินที่ไม่ใสสะอาด   เป็นเงินสกปรก   ได้มาจากการค้ายาเสพติด    การพนัน   การคอรัปชั่น  รวมจนถึงการทำธุรกิจที่ไม่โปร่งใส   เช่นการใช้นอมินีในการทำธุรกรรมต่างๆ  รวมไปถึงการปั่นหุ้น      การหลบเลี่ยงการเสียภาษี  หรือธุรกิจสีเทาๆทั้งหลาย    

มหาเศรษฐีที่รวยจากเงินสกปรกนี้เปิดเผยความมั่งคั่งของตนเองไม่ได้  ต้องหาวิธีซุกซ่อนให้หาไม่เจอ   ตามไม่พบ   ขณะเดียวกัน ก็ต้องบริหารความมั่งคั่งที่เก็บเป็นความลับนี้ให้ออกดอกออกผลพร้อมกันไปด้วย  จะฝังไว้ในโอ่ง  ในไห เหมือนอดีตคงจะไม่ได้    ถือว่ามีความทุกข์สองอย่างพร้อมกัน

เราจึงได้เห็นกลุ่มนักธุรกิจหัวใสที่หาช่องทางทำมาหากินโดยใช้ช่องว่างของกฎหมาย เสนอบริการที่เรียกว่า การบริหารความมั่งคั่งครับ    บริการที่นำเสนอต่อลูกค้าจะเป็นการเสนอแนะ  ช่วยวางแผน   จัดโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ   เพื่อใช้ในการซุกซ่อนขุมทรัพย์เหล่านี้พร้อมกับแนวทางการลงทุนที่มีผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ   

ธุรกิจนี้มีมานานแล้วครับ    เฟื่องฟูมากในระยะหลังถึงกับทำให้ผมอดนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังไม่ได้   เพราะธุรกิจนี้ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ใกล้ตัวเราเสียเหลือเกิน 

ประเทศสิงคโปร์ครับ  ธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งที่ผมเกริ่นให้ฟังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสิงคโปร์อย่างเต็มร้อย    มหาเศรษฐีทั้งหลายโดยเฉพาะจากเอเชีย  ไม่ว่าจะมีความมั่งคั่งที่ได้จากการหาเงินโดยวิธีที่ใสสะอาดหรือหามาได้จากเงินสกปรก   ก็จะมุ่งหน้าไปประเทศสิงคโปร์ทั้งสิ้น   ประเทศสิงคโปร์ปรับตัวเองเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง   ที่นี่เขารับจ้างบริหารเงินของท่านครับ  เงินสกปรก  เงินสะอาด  รับหมด  ไม่ยกเว้น

เข้าใจง่ายขึ้นถ้าจะมีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้   ใช่ไหมครับ  

วันนี้ผมจึงต้องขออนุญาตหยิบบริษัทที่รับจ้างทำเรื่องนี้มาเป็นตัวอย่างหนึ่งบริษัท    ถือว่าเป็นการโฆษณาให้ฟรีก็แล้วกัน     ออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับผู้บริหารของบริษัท     บริษัทที่ผมจะยกตัวอย่างนี้ชื่อว่า   Heritage Trust Group   ครับ ผมขอใช้ชื่อย่อว่า เอช ที จี ก็แล้วกัน   ข้อมูลที่ผมจะเล่าให้ฟัง   ส่วนหนึ่งมาจากเว็บ  www.heritagetg.com  ไม่ต้องถามก็เดาได้เลยว่าบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

ตามมาดูกันครับว่าบริษัทนี้เขามีสินค้าหรือบริการในรูปแบบไหนให้ท่านผู้อ่านบ้าง

เริ่มต้นที่ตัวสินค้าที่เรียกว่า  Offshore Corporations   หรือ บริษัทนอกชายฝั่ง  ขอเรียกทับศัพท์ว่าบริษัท ออฟชอร์ ก็แล้วกัน       บริษัท เอช ทีจี นำเสนอว่ามหาเศรษฐีควรจัดโครงสร้างการบริหารความมั่งคั่งโดยการจัดตั้งบริษัทนอกชายฝั่งที่ผมเรียกทับศัพท์ว่า บริษัท ออฟชอร์     เอช ที จี  ได้ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่มหาเศรษฐีจะได้รับในการจัดตั้งบริษัท ออฟชอร์ไว้ 4 ประการด้วยกันคือ

1.  ใช้เป็น investment vehicles   หมายถึงให้บริษัทออฟชอร์ที่จัดตั้งขึ้นเป็นผู้ถือพอร์ตลงทุน    สะดวกสำหรับมหาเศรษฐีในเรื่องของความปลอดภัย   ความลับ  และ การบริหารภาษี 

2.   ใช้เป็น asset holdings หมายถึง   มหาเศรษฐีอาจได้รับประโยชน์ทางด้านภาษี ถ้าจะซื้อที่ดินโดยซื้อในชื่อบริษัทออฟชอร์ที่จัดตั้งขึ้น

3.  ใช้เป็น international trading     ให้บริษัทออฟชอร์เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย   ซึ่งจะสามารถผ่องถ่ายกำไรไปยังจุดที่เสียภาษีน้อย   หรือช่วยหลีกเลี่ยงถ้ามีการควบคุมการเข้าออกของเงินตราของประเทศนั้นๆ

4.   ใช้เป็น commission company   เป็นตัวแทนคอยรับค่าคอมมิชชั่น โดยเสียภาษีน้อยที่สุด 

บริษัท เอช จี ที   มีความพร้อมที่จะช่วยมหาเศรษฐีเหล่านี้จัดตั้งบริษัทออฟชอร์ ในประเทศต่างๆ ได้ทุกที่เช่นที่  บริติชเวอร์จิ้นไอร์แลนด์     มอริเชียส  เคแมนไอร์แลนด์  ซามัวร์   บรูไน  ฮ่องกง และ สิงคโปร์  และบริษัท เอช จี ที   ยังกล่าวด้วยว่าปัจจุบันมีบริษัทออฟชอร์เหล่านี้ (  shelf companies )  พร้อมขายอยู่แล้ว

ส่วนแรกที่กล่าวถึงเป็นตัวสินค้า  ส่วนที่สองเป็นบริการเรียกว่า  fiduciary services  

เมื่อตกลงจัดตั้งบริษัทออฟชอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   มหาเศรษฐีเหล่านี้จะไม่ต้องการเข้ามาเกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างแน่นอน   ทุกอย่างต้องเป็นความลับ   ถูกไหมครับ  

บริษัท เอช จี ที   รับดำเนินการให้ทุกอย่างครับ   ตั้งแต่   ชื่อกรรมการบริหาร   ชื่อผู้ถือหุ้น   จัดหาฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ    ลายเซ็นต์สำหรับธนาคาร   สถานที่ติดต่อ   รวมทั้งสถานที่ตั้งในการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท

ท้ายที่สุด  รับบริการจัดตั้ง ทรัสต์ ( Trust Services )  ครับ

เรื่องของทรัสต์  เป็นเรื่องเก่า    มีมานานแล้ว    น่าแปลกที่ว่าประเทศไทยเรายังไม่มีกฎหมายรองรับ  หรือควบคุม  ให้อยู่กับร่องกับรอย  

ทรัสต์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความมั่งคั่ง   ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะการบริหารจัดการกองมรดก  แต่ที่นิยมกันอย่างมากในระยะหลังๆเพราะสามารถใช้ ทรัสต์ ในการปกปิดความเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้อย่างดีเยี่ยม             ผู้ดูแลทรัสต์  (Trustee ) จะทำหน้าที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกอย่าง
( หุ้น  ที่ดิน ) ที่อยู่ในชื่อของทรัสต์  ผู้ดูแลทรัสต์ (Trustee )ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์แทนเจ้าของตัวจริง
( beneficiaries )   ไม่มีใครรู้ครับว่าเจ้าของตัวจริง หน้าตาเป็นอย่างไร  หน้ากลมหรือ หน้าเหลี่ยม  ( อดไม่ได้ครับ !! )

ทั้งหมดที่ผมเล่าให้ฟังไม่ใช่ของแปลก  ไม่ใช่ของใหม่  นักธุรกิจ  นักบริหารสมัยใหม่  เข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี    ทุกอย่างที่ทำกันไม่ผิดกฎหมาย   แต่ละประเทศย่อมมีกฎหมายในการควบคุมการทำธุรกิจข้ามชาติที่ต่างกัน    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและพิสดารอะไรที่จะมีนักธุรกิจหัวใสไปจัดตั้งบริษัทไว้นอกชายฝั่งซึ่งเป็นอาณาเขตที่ไม่มีกฎเกณฑ์เข้มงวด   และใช้บริษัทนอกชายฝั่งดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจข้ามชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เสียภาษีน้อยที่สุด  และเก็บเป็นความลับได้เป็นอย่างดี  ตรวจสอบกันไม่ได้เพราะกฎหมายของประเทศบนฝั่งเอื้อมไปไม่ถึง

จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่เราได้ยินชื่อบริษัทนอกชายฝั่งหรือบริษัทออฟชอร์เหล่านี้ เช่น แอมเพิลริช  วินมาร์ค   แฟร์มอนท์  และกรีนแลนด์  ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้งในช่วงที่เรามีผู้บริหารประเทศเป็นมหาเศรษฐี 

ไม่เป็นเรื่องแปลก  ที่รัฐบาลและ คตส. จนแต้ม  ไม่สามารถจะตรวจสอบว่าบริษัทออฟชอร์เหล่านี้   เจ้าของตัวจริงเป็นใคร   ไอ้โม่งหรืออีโม่งกันแน่     ข้อมูลที่ทางราชการได้รับ  เป็นสิ่งที่ผู้ถูกตรวจสอบนำส่งให้เท่านั้น  แปลความว่า บอกอะไรก็ต้องเชื่อ

ที่สำคัญกว่านั้น และเป็นการบ้านสำหรับรัฐบาลในอนาคต   คือความสามารถของผู้บริหารประเทศ  ที่จะต้องสร้างเกราะกำบังไม่ให้คนไทยที่เสียภาษีถูกต้อง  ต้องเสียเปรียบ  ไม่ให้นักธุรกิจที่ทำมาหากินโดยสุจริต  เสียเปรียบในการแข่งขัน   ไม่ให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นแมงเม่า  

แก้ได้ครับ   และต้องทำ    (  ต่อตอนที่สอง สัปดาห์หน้า )

[ เข้าหน้าหลัก ]

คลิกเพื่ออ่าน : บริหารความมั่งคั่ง ตอนจบ    

 


korbsak.com
กอร์ปศักดิ์  สภาวสุ