|
Ample Rich ไม่ใช่มีแค่คู่แฝดอย่างเดียว
แต่มีญาติสนิทโผล่ขึ้นมาอีกหนึ่งบริษัท ครับ
Ample Rich
ชื่อเป็นไทยว่าบริษัทโคตรรวย ญาติสนิทของบริษัทโคตรรวย ชื่อ
ชนะ-มาร์ค (Win
Mark) ครับ
พูดจริง ๆ นะครับ
ไม่ใช่พูดเล่น ๆ
Ample Rich ถือสัญชาติบริติช
เวอร์จิน ไอร์แลนด์ Win
Mark ก็ถือ สัญชาติบริติช
เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เช่นกัน
Ample Rich ตั้งอยู่ที่ ตู้ ปณ. 3151 , Road Town, Tortola, British Virgin
Island
เอกสารแสดงที่อยู่ของ Ample Rich
ได้จากข้อมูลของหนังสือจาก บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส
(ประเทศไทย)
 Win
Mark
ก็ตั้งอยู่ที่ ตู้ ปณ. 3151 , Road Town, Tortola, British Virgin
Island
ข้อมูลที่อยู่ของบริษัท
Win Mark
ได้จากคำเปิดเผยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ญาติสนิทกันจริง ๆ ใช้ตู้
ปณ. 3151 ตู้ปณ.
เดียวกัน
ตรวจสอบพฤติกรรม
การลงทุนของทั้งสองบริษัทกันครับ
ทั้ง
Ample Rich และ
Win Mark
ชอบที่จะลงทุนโดยการซื้อหุ้นในประเทศไทย ที่น่าสนใจคือ
เป็นการลงทุนโดยการซื้อหุ้นจากคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น
และคนชื่อทักษิณคนนี้ก็ใจดีเป็นพิเศษคือขายหุ้นให้ทั้ง
Ample
Rich และ
Win Mark ในราคาทุนคือราคาพาร์ ทุกครั้ง
Ample
Rich
ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทชินจาก คุณทักษิณในราคาพาร์ คือหุ้นละ 10 บาท
จำนวนถึง 32.92 ล้านหุ้น เก่งมาก เพราะซื้อได้ราคาต้นทุน
ในขณะที่ราคาตลาดมีมูลค่าเกือบ 5 พันล้านบาทในขณะนั้น
Win Mark ก็ไม่ด้อยกว่ากันครับ
Win Mark ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเอส ซี จากคุณทักษิณในราคาพาร์ คือหุ้นละ
10 บาท จำนวนถึง 55 ล้านหุ้น วันที่
Win Mark ซื้อหุ้นของ บริษัทเอส ซี
แอสเซท บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงประมาณค่าไม่ได้
แต่เมื่อบริษัท เอส ซี แอสเซท จดทะเบียนนำหุ้นจำหน่ายในตลาด
หุ้นเคยมีราคาสูงถึง 30 กว่า บาท ต่อ หุ้น กำไร สบายสบาย
เป็นพันล้าน
คุณทักษิณทำไมถึงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ใจดีกับบริษัทต่างชาติขนาดนั้น
น่าแปลกไหมว่าเหตุใด
Ample
Rich
และ
Win Mark
จึงมีความผูกพัน กับคุณทักษิณเสียเหลือเกิน
สำหรับ
Ample
Rich คงไม่แปลก
เพราะความจริงปรากฏออกมาแล้วว่า คุณทักษิณ
เป็นคนตั้งบริษัทนี้ด้วยตนเอง กำไรจึงไม่หนีไปไหน แต่ญาติสนิทที่ชื่อ ชนะ
- มาร์ค
(Win Mark) นี่ซิ
ยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ
Ample
Rich ซื้อหุ้นจากคุณทักษิณ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2542
และต่อมาขายหุ้นให้ลูกชาย ลูกสาวของคุณทักษิณเมื่อวันที่ 20 มกราคม
2549 ในราคาเท่าทุน ลงทุน 7 ปี
ไม่มีกำไรแม้แต่บาทเดียว ได้รับแค่เงินปันผลเท่านั้น Ample
Rich ซื้อขายหุ้นในราคาพาร์ ทำเพื่ออะไร คนในตระกูลชินวัตร ยังไม่ตอบ
แต่เชื่อขนมกินได้ คือ เป็นการบริหารภาษีอย่างชาญฉลาด
รวมทั้งพยุงราคาหุ้นอีกด้วย
Win Mark ก็ไม่ต่างกัน
Win Mark ลงทุนซื้อหุ้นบริษัท เอส ซี แอสเซท
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 หลังจากนั้นอีก 3 ปี
คือในวันที่ 19 สิงหาคม 2546 ก็ได้โอนหุ้นทั้งหมดให้บริษัท Value Assets Funds
Ltd. สัญชาติมาเลเซีย
เท่านั้นไม่พอ 3 อาทิตย์ต่อมา คือเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546
บริษัท Value Assets Funds Ltd. ก็โอนหุ้นทั้งหมดให้ 2
กองทุนมาเลเซีย คือกองทุน OGF
และ ODF
ท่านผู้อ่านสังเกตให้ดีจะพบว่า การโอนหุ้นเหล่านี้
เกิดขึ้นใกล้ๆ ช่วงเวลาที่บริษัท เอส ซี
แอสเซท
กำลังดำเนินการเพื่อจดทะเบียนนำหุ้นเข้า ซื้อ ขาย ในตลาดหลักทรัพย์
ที่สนุกมากมาก
อยู่ในช่วงที่มีการเพิ่มทุนครับ
บริษัทชนะมาร์ค
(Win Mark) หรือ กองทุนเหล่านี้
เป็นผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง
เพราะเมื่อบริษัท เอส ซี แอสเซท
มีการเพิ่มทุน เพื่อนำหุ้นเข้าตลาด กองทุนทั้งสอง ได้โอนสิทธิ์ในการเพิ่มทุน จำนวนถึง
71 ล้านหุ้นให้กับลูกสาวทั้งสองของ คุณทักษิณ
หุ้นของบริษัท
เอส ซี แอสเซท
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546
ราคาวันนั้น ปิดที่ 27 บาท/หุ้น กองทุนจากมาเลเซียเสียผลประโยชน์ไปเกือบ 2,000
ล้านบาท คนที่ได้ประโยชน์คือลูกสาวทั้งสองของคุณทักษิณ
ถึงวันนี้
กองทุน ทั้งสองคือ OGF
หรือ ODF
ยังครอบครองหุ้นจำนวนมากในบริษัทเอส ซี แอสเซท
แต่ก็ไม่ส่งบุคคลใด
เข้ามาเป็นกรรมการในบริษัทแต่อย่างใด
คุณกรณ์ จาติกวนิช
มือเศรษฐกิจของประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงกลต.ให้สอบครับ
(ต้องขอ ขอบคุณ คุณกรณ์ ที่ให้ข้อมูลด้วยครับ )
คุณยิ่งลักษณ์
ชินวัตร ได้แจ้งต่อ กลต.ว่าบริษัทชนะมาร์ค
(Win Mark)
หรือกองทุนของมาเลเซียทั้งสองกองทุน
ว่าไม่มีความสัมพันธ์ กับตระกูลชินวัตร
พฤติกรรมการลงทุนของบริษัท
Win Mark ไม่ต่างกับของ
Ample
Rich
วันนี้เรื่องแดงแล้วว่า
Ample
Rich เป็นของตระกูลชินวัตร เป็นการซุกหุ้น
ภาคสอง
ไม่นานหรอกครับ
เราจะรู้ว่า บริษัท วินมาร์ค
เป็นของใคร?
เที่ยวนี้ไม่ใช่ซุกหุ้นแน่ เพราะมีการชำระเงินค่าหุ้น
นำเงินสกปรกจากต่างประเทศมาฟอกให้ใสสะอาดในประเทศหรือเปล่า
อ่านคำวินิจฉัยของท่านประเสริฐ นานาสกุล อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
เกี่ยวกับคดีซุกหุ้นภาคหนึ่งกันครับ
ท่านอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประเสริฐ นาสกุล
พูดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของนายกฯทักษิณกับบริษัทข้ามชาติไว้อย่างน่าสนใจ ท่านได้เขียนไว้ในคำพิพากษาส่วนตนหัวข้อที่ ๑๐
|
ท่านพูดว่า
อีกเรื่องหนึ่ง
แม้เหตุการณ์ที่ผู้ร้องไม่ต้องยื่นบัญชีแล้ว
เมื่อผู้ถูกร้องและคู่สมรสขายหุ้นบริษัท เอส ซี เค เอสเตท
จำนวน ๓๕ ล้านหุ้นเศษ และจำนวน ๒๐ ล้านหุ้น หุ้นละ
๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๕๐ ล้านบาทเศษ
ให้กับบริษัท
Win Mark
Limited
ถือสัญชาติ
British Virgin Island
วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องยืนยันว่า
การขายหุ้นครั้งนี้เป็นการขายหุ้นตามปรกติ
ไม่มีลักษณะการฟอกเงินแต่ประการใด
ท่านเขียนต่อไปว่า
ทำให้เกิดปัญหาสงสัยต่อไปว่า
บริษัทผู้ซื้อใช้เงินสกุลใด มาจากที่ใด
ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ท่านประเสริฐเขียนต่อนะครับว่า น่าเสียดายจัง ที่ผู้ถูกร้องไม่ได้อธิบายด้วย
( ผู้ถูกร้องชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ครับ ) |
ท่านประเสริฐ
ตั้งข้อสงสัยไว้เมื่อ 5 ปีมาแล้ว มาถึงวันนี้ ผมว่าท่านหายสงสัยแล้ว
เชื่อหรือยังว่า
Ample Rich และ Win Mark เป็นญาติสนิทกัน
|