21  ธันวาคม  2550

                 เกิดเรื่องให้อับอายกันไปทั่วโลกอีกครั้งครับ   ครั้งนี้หนักกว่าเดิมเพราะมีหลักฐานแน่น    ดูแล้วเกรงว่าจะแก้ตัวยากเต็มที  

                ทั้งสองครั้งที่มีการทุจริต  โกงกินบ้านเมือง   เกิดขึ้นสมัยที่เรามีนายกฯชื่อ ทักษิณ ชินวัตร   ที่น่าเจ็บใจก็คือ  การจับคนโกงได้ทั้งสองครั้งไม่ใช่ฝีมือพวกเรากันเอง   แต่เป็นมือปราบของรัฐบาลสหรัฐฯทั้งสิ้น  

                ครั้งแรกเป็นฝีมือของคณะกรรมการหลักทรัพย์ (กลต.)ของสหรัฐฯ   คดี CTX   ไงครับ   คดีนี้จบไปแล้วในชั้นศาลของสหรัฐ   บริษัทของสหรัฐ(GE Invision) ถูกลงโทษปรับเป็นที่เรียบร้อย   แต่การสืบสวนหานักการเมืองไทยที่โกงกินของเราก็เป็นแบบไทยๆ  คือหายเข้ากลีบเมฆไป  

                ครั้งนี้เป็นฝีมือของตำรวจ เอฟ บี ไอ มีหลักฐานชัดเจน  ศาลออกหมายจับคนร้ายเมื่อวันที่ 18  ธันวาคมนี้เอง  

                ท่านผู้อ่านที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นอาจแปลกใจว่า  กฎหมายสหรัฐฯเอื้อมมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีในประเทศไทยได้อย่างไร       

                สหรัฐฯเป็นประเทศที่เข้มงวดกับนักธุรกิจของเขามากในเรื่องของคอรัปชั่น      จึงได้ออกกฎหมายที่ใช้ชื่อว่า Foreign Corrupt Practices Act  เรียกย่อๆว่า FCPA    กฎหมายนี้ห้ามไม่ให้นักธุรกิจสหรัฐที่ได้สัญญาว่าจ้างงานในต่างประเทศ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้งานเป็นอันขาด      มือปราบทั้งสองไม่ว่าจะเป็นกลต. หรือ เอฟบีไอ  ใช้กฎหมายนี้เล่นงานนักธุรกิจของเขา    เรื่อง  CTX เป็นเรื่องเก่า     แต่ของเอฟ บี ไอ นี่เป็นเรื่องใหม่ สด ๆ ร้อน ๆ ทีเดียว  

                ถ้าได้อ่านคำให้การของเอฟบีไอแล้วจะเข้าใจได้อย่างละเอียด  มีทั้งหมด  28  หน้า  ( affidavit   http://www.usdoj.gov/criminal/pr/press_releases/2007/12/12-18-07geralpat-green-affidavit.pdf )  
แปลย่อมาให้อ่านกันครับ  

                คุณอลิซาเบธ ไรวาส (Elizabeth Rivas)  เจ้าหน้าที่เอฟ บี ไอ  เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนคดีนี้   คำให้การกล่าวหาว่า   นายเจอรัลด์และนางแพรทธิเซีย กรีน   (Gerald & Patricia Green ) สามี ภรรยา  ได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้ได้สัญญาในการว่าจ้างงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย    โครงการแรกโครงการเทศการภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ (Bangkok International film festival ) โครงการที่สองคือโครงการอีลีทการ์ด  ( Thailand Privilege Card )

              คุณกรีนได้จัดตั้งบริษัทเพื่อทำสัญญากับททท.เป็นจำนวนถึง 6 บริษัท  ใช้ที่อยู่ต่างกัน  แต่คุณกรีน เป็นเจ้าของทั้ง  6 บริษัท     หลักฐานมัดแน่นเพราะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเส้นทางทางเดินของเงินและพบว่าททท.ได้จ่ายเงินให้บริษัทเหล่านี้ตามสัญญาว่าจ้าง ระหว่างวันที่ 23 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2549  โดยมีการโอนเงินจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าบัญชีของบริษัท FFM, SASO, IFL, FOF, Artist Design และ Flying Pen. เป็นเช็ค 71 ใบและผ่านระบบอิเล็กทรอนิคส์ 17 ครั้ง  รวมเป็นเงิน  $10,095,178.50 หรือประมาณ 460 ล้านบาท  

                ที่ว่าหลักฐานแน่นเพราะหลังจากที่บริษัทเหล่านั้นได้รับเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการโอนเงินออกจากบัญชีบริษัทไปเข้าบัญชีธนาคารในประเทศอังกฤษ  ประเทศสิงคโปร์ และหมู่เกาะเจอร์ซี่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิคส์ 41 ครั้ง    รวมเป็นเงิน   $1,384,694.80     

                รายละเอียดมีดังนี้ครับ

บัญชี

จำนวนครั้ง จำนวนเงิน
- SASO 15 ครั้ง $534,784
- FFM 11 ครั้ง  $278,934
- FOF 5 ครั้ง $273,876
- IFL 5 ครั้ง $192,300
- Flying Pen 4 ครั้ง $59,800
- Viridian 1 ครั้ง $45,600

                คำให้การระบุว่าเจ้าของบัญชีที่ได้รับเงินโอนทั้งหมดคือบุตรสาวของผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ( Governor's daughter )

               นอกจากนั้นแล้วยังมีการโอนเงินโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิคส์อีก ครั้งและโดยแคชเชียร์เช็ค 1 ครั้ง รวมเป็นเงิน  $319,00  เข้าบัญชีของ นาย เค ซี  (ชื่อย่อ เจ้าหน้าที่เอฟ บี ไอ ระบุว่าเป็นเพื่อนสนิทของผู้ว่าการ ททท.

รวมจ่ายค่าคอมมิชชั่น 2 รายการเป็นเงิน         $1,703,694.80

หรือประมาณ  65 ล้านบาทครับ

ในเอกสารคำให้การระบุวิธีการคำนวณเงินโกงว่าประมาณ  10-20 % ของสัญญา

เห็นสภาพการบริหารบ้านเมืองอย่างนี้แล้วเรายังมีความคิดกันอยู่อีกไหมว่า     โกงไม่เป็นไรขอให้ทำงานเป็น     ก็รับได้        พอเสียทีดีไหมครับ   เพราะมันน่าอับอายจริงๆ        โลกของอินเตอร์เน็ท      ข้อมูลข่าวสาร แพร่ไปได้ทั่วโลกในพริบตาเดียว   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าประเทศไทยและคนไทยทุกคนเสียชื่อเสื่อมเสียชื่อเสียงมากเพียงใด

ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง    สงสารที่สุดคือลูกๆของคนเหล่านี้         ทั้งคดีของ พ...ทักษิณ    ทั้งคดีนี้       คนรับกรรม คือ ลูก ๆ   ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยครับ.

  [ เข้าหน้าหลัก ]


korbsak.com
กอร์ปศักดิ์  สภาวสุ