กุมภาพันธ์  2551

ผมอยู่กับการเมืองมานาน   ได้ยินได้ฟังได้เห็นนักการเมืองบางคนพูดถึงเงินหรือใช้เงินแล้ว  ไม่ว่าจะพบเห็นบ่อยครั้งเพียงใดก็ยังอดใจหายไม่ได้     เขามองเงินเป็นเศษกระดาษจริงๆ   อาจเป็นเพราะเงินที่ผ่านมาในระบบของ การเมือง   หามาง่าย    จึงใช้กันอย่างง่ายๆ 

ถึงฤดูเลือกตั้ง   เราได้ยินคำพูดที่ฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อ   ที่ได้ยินเกือบทุกครั้งคือค่าตัวส..เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง   คนละ 10 -20 ล้านบาทอย่างนี้เป็นต้น    คนทั่วไปฟังแล้วคงจะงง  เพราะตนเองทั้งชั่วชีวิตกว่าจะเก็บหอมรอมริบมีเงินเป็นล้านได้   ต้องทำงานกันจนแก่จนเฒ่าเชียวละ   นี่พูดถึงเฉพาะคนที่ทำมาหากินเก่งนะ  สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป   มีเงินล้านเป็นเพียงแค่ฝันกลางแดดเท่านั้นเอง 

การเมืองระยะหลังยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก   ล่าสุดข่าวว่านักการเมือง   You -Know -Who (ขอใช้สำนวนในหนังสือของ แฮรี่ พอตเตอร์หน่อยจ่ายค่าตัวส..คนละ 30 ล้านบาทให้กับพรรคการเมืองเพื่อเข้าร่วมรัฐบาล  ตัวเลขออกมาเหยียบ 1,000 ล้านบาท    ได้ยินได้ฟังข่าวอย่างนี้แล้ว ได้แต่ภาวนาขอให้เป็นเพียงข่าวปล่อยก็แล้วกัน 

ค่าของเงินที่จะคุยด้วยในวันนี้ต่างกับที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นครับ   เป็นเรื่องของค่าของเงินที่พวกเราคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำรู้จัก    ผมกำลังพูดถึงผลตอบแทนที่เราได้รับจากเงินสดที่เราถือไว้หรือดอกเบี้ยนั่นเอง    ถ้าท่านถือเงินสดไว้ในมือ  ท่านชอบที่จะเห็นอัตราดอกเบี้ยสูงเพราะเงินของท่านงอกเงยขึ้น    แต่ถ้าท่านยืมเงินในอนาคตมาใช้จ่าย   ท่านอยากให้ดอกเบี้ยต่ำ   จะได้ไม่เป็นหนี้มากเกินกำลังที่จะใช้คืน    อัตราดอกเบี้ยขึ้นหรือลง   มีผู้ได้และผู้เสียผลประโยชน์ครับ 

ช่วงนี้เริ่มได้ยินเสียงเรียกร้องจากนักธุรกิจว่า   ไทยควรจะต้องรีบตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย   ความจริงเสียงเรียกร้องมีมานานแล้ว   ที่เริ่มดังมากขึ้นเกิดจากปัญหาของสหรัฐครับ  

สัปดาห์ที่ผ่านมา  สหรัฐได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงถึงสองครั้ง ติดต่อกัน  รวมไปถึงตัวเลขขาดดุลงบประมาณและขาดดุลการค้าที่สูงลิ่ว  ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงไปอีก    สหรัฐจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยซ้ำแล้ว  ซ้ำเล่า    เพื่อลดต้นทุนในการแก้ไขปัญหาของสถาบันการเงินควบคู่      ไปกับการช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจ     เพื่อให้เกิดการสร้างงานให้กับชาวอเมริกัน    เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ย  เสริมกับนโยบายการคลังของรัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐที่ได้มีการคืนภาษีเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน 

เป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐที่อยู่ในช่วง recession ไม่ให้ดิ่งลงเหวกลายเป็น depression  ทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ  นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า  สหรัฐน่าจะนำพาเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะ recession ได้ภายใน 1 ปีครับ 

ของไทยเราควรจะเดินไปในทิศทางไหนดี 

วันนี้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐลดต่ำลง   ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนลงไปอีก  และทำให้ค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา  หนีไม่พ้นที่เราจะได้ยินนักธุรกิจส่งออกเริ่มส่งเสียงดังมากขึ้น      ในขณะเดียวกันธุรกิจนำเข้ากลับได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง    ทำให้สินค้านำเข้าราคาถูกลง    โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ซื้อขายกันเป็นเงินเหรียญสหรัฐ   ถ้าราคาน้ำมันคงที่หรือขยับขึ้นน้อยกว่าที่ควร    จะช่วยกดดันไม่ให้อัตราเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นไปอีก 

ทุกอย่างพันกันไปหมด  เหมือนกับที่ผมกล่าวไว้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย  ขึ้นหรือลงมีผู้ได้ประโยชน์และมีผู้เสียประโยชน์    ค่าเงินบาทไม่ก็ต่างกันครับ 

บทบาทของนักการเมืองโผล่มาตรงนี้    นักการเมืองที่อาสาตัวเองมาเป็นรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจว่าจะนำพาประเทศไปทางไหน      รมว.กระทรวงการคลังอาจจะโยนให้เป็นความรับผิดชอบของธนาคารชาติ    เพราะถือว่าเรื่องของอัตราดอกเบี้ย    เรื่องของค่าเงินบาทเป็นนโยบายการเงิน   เป็นงานของธนาคารชาติโดยตรง   รัฐบาลไม่ควรแทรกแซง 

เพียงแต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด    รัฐบาลจะปล่อยให้ธนาคารชาติรับผิดชอบไปทั้งหมดไม่ได้อย่างแน่นอน    เพราะการที่จะตัดสินใจว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือควรคงไว้ตามเดิม จะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ    กระทบค่าเงินบาท   กระทบค่าเงินเฟ้อ    กระทบกับค่าครองชีพของคนไทยทั้งประเทศ   นั่นรวมถึงคนไทย12 ล้านคนที่เลือกพรรคของท่านและอีก 12 ล้านคนที่ไม่ได้เลือกพรรคของท่าน

หนังเรื่องนี้เพิ่งจะเริ่มฉายครับ   ทำท่าว่าจะสนุกเอาการอยู่.

  [ เข้าหน้าหลัก ]


korbsak.com
กอร์ปศักดิ์  สภาวสุ